14 มี.ค. 2561

513

Bounce Rate Vs. Exit Rate แตกต่างกันอย่างไร by seo-winner.com

Bounce Rate Vs. Exit Rate แตกต่างกันอย่างไร


อย่างที่ได้กล่าวไปในบทความที่แล้วเกี่ยวกับความหมายของ Bounce Rate แต่หลายคนก็อาจยังไม่เข้าใจความหมายนั้นมากพอและเกิดการสับสนเพิ่มขึ้นอีกระหว่าง Bounce Rate กับ Exit Rate ที่ไม่รู้ว่ามีความหมายและแตกต่างกันอย่างไร โดยเจ้าสองตัวนี้จะมีหน้าที่วิเคราะห์ว่าหน้าเพจนั้นๆ มีประสิทธิภาพหรือไม่ ถ้าหากเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดีและตรงกับความต้องการของผู้อ่าน เหล่านั้นจะส่งผลให้การปิดเว็บไซต์จะต่ำลงด้วย ทั้งนี้สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะยอมรับร่วมกันคือ ยิ่งค่า Bounce Rate กับ Exit Rate น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งจะดีเท่านั้น

Bounce Rate คืออะไร
สำหรับความหมายของ Bounce Rate ในภาษาไทยนั้นใช้คำว่า อัตราการตีกลับ นั่นคืออัตราส่วนของการออกจากเว็บไซต์หลังจากที่มีผู้เข้าชมโดยเปิดเพียงแค่หน้าเพจนั้นหน้าเดียว และไม่ได้ทำสิ่งใดๆ บนหน้าเพจนั้น หรือหากนิยมง่ายๆ นั่นคือ การเข้าแล้วออกเลย ส่วนใหญ่ถ้าหาก Bounce Rate สูงนั้นจะหมายถึงผู้ที่เข้าชมอาจไม่ชอบเนื้อหาในเว็บไซต์ เนื้อหาไม่ตรงกับความต้องการจึงกดปิดออกไป 

ตัวอย่างการคำนวณ Bounce Rate 
สมมติว่าโพสต์ลิงก์บทความ Facebook จากนั้นมีคนเข้าลิงก์มาอ่านที่ 100 คน และมีคนจำนวน 60 คนที่กดออกจากเว็บไซต์โดยที่ไม่ไปหน้าอื่น ซึ่งสามารถคำนวณ Bounce Rate ได้เท่ากับ 60%


Exit Rate คืออะไร
สำหรับความหมายของ Exit Rate ในภาษาไทยนั้นใช้คำว่า อัตราการออก คือ เปอร์เซ็นต์ที่หน้าเพจนั้นเป็นหน้าสุดท้ายของ Session ก่อนที่ Session นั้นจะกดปิดออกจากเว็บไซต์ สิ่งนี้เป็น Metric ที่กล่าวควบคู่กับ Bounce Rate อยู่เสมอจึงมักทำให้สับสนระหว่างความหมายของสองตัวนี้ หรือหากนิยามง่ายๆ นั่นคือ หน้าสุดท้ายก่อนที่เราจะออกจากเว็บไซต์นั่นเอง

ตัวอย่างการคำนวณ Exit Rate
โดยการคำนวณนั้นจะคิดจากที่ผู้ชมกดปิดเว็บไซต์จากหน้านั้นเป็นหน้าสุดท้าย และเทียบกับจำนวน Pageview ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในหน้านั้น สมมติว่าเพจ A นั้นมีการเปิดเข้าชมทั้งหมด 50 ครั้ง (Pageview = 50) และมีการออกจากหน้าเว็บไซต์ที่หน้าเพจ A ทั้งหมด 25 ครั้ง (Exit Rate = 25) ซึ่งสามารถคิดหา Exit Rate ได้เท่ากับ 50% แสดงให้เห็นว่าอัตราการปิดเว็บไซต์ในหน้าเพจ A มีจำนวนครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว


ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Bounce Rate และ Exit Rate
- หลายคนอาจเข้าใจว่า Bounce Rate คือการกดเข้าเว็บไซต์และปิดอย่างรวดเร็ว ในความจริงแล้วไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลา เพราะหากอยู่ในหน้าเว็บนั้นๆ นานแต่ไม่ได้เปิดไปหน้าอื่นก็ทำให้เกิด Bounce ได้เหมือนกัน
- หากมีผู้ใช้งานเปิดแค่หน้าเว็บนั้นเพียงหน้าเดียว ไม่ได้เปิดไปที่หน้าอื่นๆ ต่อ ก็ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นการ Bounce เสมอไป เพราะผู้ใช้อาจจะทำ Event บางอย่างในเว็บไซต์ก็เป็นได้ ถ้ามี Event เกิดขึ้น Google Analytics จะไม่นับเป็น Bounce
- หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า Bounce Rate ยิ่งเยอะยิ่งไม่ดี ซึ่งนั้นก็อาจไม่จริงเสมอไป เพราะบางครั้งผู้ใช้อาจจะปิดหน้านั้นๆ ไปเพราะว่าได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แล้ว (ไม่ได้หมายความว่าเว็บเราไม่ดี) แต่การทำให้ Optimize Landing Page ให้มี Bounce Rate ต่ำก็ถือว่ายังเป็นแนวทางที่ดีในการทำตลาดออนไลน์
- Exit Rate คืออัตราการปิด เมื่อมีคำว่าปิดแสดงว่าหน้าเพจนั้นจะมี Pageview เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นโปรดจำไว้ว่า Exit Rate นั้นเกี่ยวข้องกับ Pageview เสมอ
- Bounce Rate และ Exit Rate สามารถเกิดขึ้นได้แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้ทำการกดปิดเว็บไซต์ แต่มันเกิดขึ้นด้วยการที่ผู้ใช้ปล่อยหน้าจอทิ้งเอาไว้จน Session หมดอายุ


***ตัวอย่างการนับ Bounce Rate และ Exit Rate

สมมุติว่าเว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการเข้าชมดังต่อไปนี้
การเข้าชมเว็บไซต์คนที่ 1: Page A > Page B > Page C > ออก
การเข้าชมเว็บไซต์คนที่ 2: Page B > Page A > ออก
การเข้าชมเว็บไซต์คนที่ 3: Page C > Page B > Page A > ออก
การเข้าชมเว็บไซต์คนที่ 4: Page C > Page B > ออก
การเข้าชมเว็บไซต์คนที่ 6: Page B > ออก
**การเข้าชมแต่ละครั้งมาจาก Device และ Browser ที่ต่างกัน

หน้าเพจ A มี Bounce Rate และ Exit Rate เท่าไหร่?
Bounce Rate (Page A) = 0% เพราะมีการเริ่มต้น Session ด้วยหน้าเพจ A แค่ครั้งเดียวและครั้งนั้นได้ทำการเปิดไปต่อยังหน้าเพจ B ด้วยจึงไม่นับเป็นการ Bounce
Exit Rate (Page A) = 66% เนื่องจากหน้าเพจ A มี 3 Pageviews และมีการปิดเว็บไซต์จากนี้ 2 ครั้ง
หน้าเพจ B มี Bounce Rate และ Exit Rate เท่าไหร่?
Bounce Rate (Page B) = 50% เพราะมีการเริ่มต้น Session ด้วยหน้าเพจ B ทั้งหมด 2 ครั้งและมี 1 ครั้งที่กดปิดในทันทีโดยไม่ได้เปิดเข้าไปยังหน้าอื่นๆ ต่อ
Exit Rate (Page B) = 40% เนื่องจากหน้าเพจ B มี 5 Pageviews และมีการปิดเว็บไซต์จากนี้ 2 ครั้ง

สรุปง่ายๆ คือ
Bounce Rate : อัตราตีกลับ / เปิดเข้าเว็บไซต์แค่หน้าเดียวแล้วออกจากเว็บไซต์เลย
Exit Rate : อัตราการออก / หน้าสุดท้ายก่อนออกจากเว็บไซต์







ที่มา : hooktalk

บทความ

Keyword Cannibalization ปัญหาในการทำ SEO

Keyword Cannibalization ปัญหาในการทำ SEO

หลายคนในวงการ SEO อาจจะยังไม่รู้จักกับคำว่า Keyword Cannibalization ซึ่งอาจจะไม่ทราบอีกด้วยว่าคำนี้นั้นเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไร และจะสามารถเป็นปัญหาในการทำ SEO อย่างไรด้วยเช่นกัน ... อ่านเพิ่มเติม

3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้บริโภค

3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้บริโภค

ทุกครั้งที่มีการลงมือทำธุรกิจ เราจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มของผู้บริโภคให้มากที่สุด เพื่อเป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของเรามากขึ้น และสิ่งจำเป็นที่นักการตลาดต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคก็เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงและพั ... อ่านเพิ่มเติม

เพราะอะไรทำไม SME ถึงต้องมี Blog

เพราะอะไรทำไม SME ถึงต้องมี Blog

แท้จริงแล้วการทำการตลาดในยุคนี้โดยเฉพาะคนที่ทำ SME อาจไม่จำเป็นต้องพึ่ง Facebook ก็ได้ แต่จะหันมาใช้วิธี Inbound Marketing และดึงให้คนมาสนใจแบรนด์ของเรามากขึ้น โดยการทำ Inbound Marketing จะผูกกับการทำ Content เป็นหลัก ซึ่งอาจจะมีวิธีการที่หลากหลาย ... อ่านเพิ่มเติม

ควรรับมือกับการตลาด 5.0 อย่างไร

ควรรับมือกับการตลาด 5.0 อย่างไร

มีเพียงแค่การตลาด 4.0 แค่นั้นยังไม่พอ! ในส่วนของที่ปรึกษาทางด้านกลยุทธ์ Accenture สำรวจพบว่าลูกค้า 78% ยังไม่ได้รับประสบการณ์จากหลายช่องทางการตลาด ส่งผลให้เกิดการรับข่าวสารข้อมูลที่ลดน้อยลงไป ... อ่านเพิ่มเติม

Digital Personalised Marketing เทรนด์สำคัญที่นักการตลาดห้ามพลาด

Digital Personalised Marketing เทรนด์สำคัญที่นักการตลาดห้ามพลาด

เมื่อเราเข้าสู่ยุค 4.0 หลายสิ่งก็ต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ เช่นเดียวกันกับการตลาดที่นักการตลาดต้องมีการวางแผนกลยุทธ์และปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ... อ่านเพิ่มเติม

ใครว่าใช้ช่องทางการตลาดเพียงทางเดียวนั้นเพียงพอ

ใครว่าใช้ช่องทางการตลาดเพียงทางเดียวนั้นเพียงพอ

ผู้ประกอบการหลายท่านได้เข้าใจผิดเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ และได้เข้าใจว่า Facebook นั้นคือสิ่งสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์ และคิดว่าเพียงพอแล้วสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ แต่แท้จริง Facebook Marketing นั้นมีผลลัพธ์ที่หลากหลาย และล้วนแล้วแต่พฤติกรรมของลูกค้าเป็น ... อ่านเพิ่มเติม

เพิ่มยอดขายด้วยการวิเคราะห์ Conversion Funnel

เพิ่มยอดขายด้วยการวิเคราะห์ Conversion Funnel

Conversion Funnel คือ วิธีการที่ใช้แสดงภาพเส้นทางของลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งท้ายสุด และจบลงด้วยการสร้าง Conversion ที่จะเป็นการวิเคราะห์เส้นทางการเป็นลูกค้า ตั้งแต่ขั้นตอนแรกสุดไปจนท้ายสุดว่ามีอะไรบ้างกว่าที่เขาจะได้มาเป็นลูกค้าของเรา ... อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคการเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้เป็นลูกค้าของเรา

เทคนิคการเปลี่ยนคนแปลกหน้าให้เป็นลูกค้าของเรา

กลยุทธ์จากนักการตลาดทั้งหลายทั้งปวงก็ได้งัดกันขึ้นมาใช้ในยุคนี้กันทั้งนั้น ใครที่ครองใจผู้บริโภคหรือโดนใจมากที่สุด ก็จะได้ครองใจและครองตลาดในส่วนนี้ไป หากเราตระหนักถึงผลอย่างแท้จริงเราจะพบว่า การแข่งขันนั้นไม่ได้แข่งกับคู่แข่งทางธุรกิจ แต่เป็นการแข่งขันกั ... อ่านเพิ่มเติม

Marketing Funnel สำคัญกับการตลาดออนไลน์อย่างไร

Marketing Funnel สำคัญกับการตลาดออนไลน์อย่างไร

การตลาดแบบเปลี่ยนสถานะของผู้บริโภค หรือที่เราเรียกว่าง่ายๆ ว่าการทำให้ผู้บริโภคทั่วไปกลายมาเป็นลูกค้าของเรา สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นส่วนช่วยให้การค้าขายสำเร็จลุล่วงด้วยการตลาดรูปแบบนี้ ... อ่านเพิ่มเติม