07 มี.ค. 2561

687

ตรวจสอบ SEO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเว็บไซต์ by seo-winner.com

ตรวจสอบ SEO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเว็บไซต์


แน่นอนว่าการทำเว็บไซต์นั้นต้องอาศัยการทำ SEO เพื่อเป็นการทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นสมบูรณ์ที่สุด เป้าหมายของการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือการค้นหาที่ไม่เพียงแต่ค้นหาเว้บไซตืและหน้าเว็บของเราเพียงเท่านั้น แต่ยังต้องอยู่ในการแสดงผลลัพธที่อยู่ด้านบนสุดเพื่อให้กระบวนการทำงาน และกระบวนการ SE นั้นแสดงประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง และเช่นกันสำหรับกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่เพียงกระบวนการเดียว แต่ยังต้องมีการบำรุงรักษา การทดสอบ และการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และกระบวนการต่อไปนี้ที่จะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาเว็บไซต์ของเราให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

1.วิเคราะห์ธุรกิจตลาดเป้าหมาย
- การวิเคราะห์เว็บไซต์ โดยข้อความหรือรหัสที่มองเห็นนั้นสามารถกำหนดตำแหน่งที่ต้องการสำหรับเครื่องมือค้นหาได้ 
- การวิเคราะห์การแข่งขัน ตรวจสอบคำหลักและเนื้อหาการจัดอันดับของเว็บไซต์ที่มีการแข่งขันเพื่อกำหนดกลยุทธ์ กำหนดตำแหน่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการเลือกใช้เครื่องมือที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพเราได้ด้วยเช่น Semrush.com และ Keywordspy.com
- พัฒนารายการคีย์เวิร์ดต่างๆ โดยเลือกใช้คำที่มีคำค้นหาที่ตรงกับเป้าหมายมากที่สุด เพื่อให้เกิดผลกับฐานลูกค้าและส่วนการตลาดของเรา 


2.การวิจัยและพัฒนาคำหลัก
- วิเคราะห์คำหลักจากการระบุเป้าหมายของคำหลักและวลี และจากเว็บไซต์คู่แข่ง เพื่อหาคำที่ผู้ใช้งานค้นหา เพื่อให้การค้นหาของผู้ใช้งานนั้นสามารถเกี่ยวข้องกับสินค้าเราได้มากที่สุด โดยการจัดลำดับความสำคัญ เรียงตามคำหลัก วลี พหูพจน์ การสะกดคำ 
- การประเมินผลจัดอันดับ เพื่อให้ประเมินการจัดอันดับในเว็บไซต์ของเราได้อย่างถูกต้อง ควรตรวจสอบทุกๆ 30 ถึง 45 วัน เพื่อนำข้อมูลมาทำการปรับปรุงและมองเห็นถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการใช้คำหลักต่างๆ ภายในเว็บไซต์ 
- กำหนดวัตถุประสงค์ล่วงหน้าเอาไว้ เพื่อวัด ROI เช่น เราอาจตัดสินใจเพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์จากฐานข้อมูลปัจจุบันของผู้เข้าชม 100 คนต่อวันต่อผู้เข้าชม 200 รายใน 30 วันถัดไป หรืออาจต้องมีการปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นหนึ่งหรือสองเปอร์เซ็นในช่วงเวลาที่ระบุ 


3.การเพิ่มประสิทธิภาพและการนำเสนอเนื้อหา
- สร้าง Page title, Keywords เพื่อกำหนดเป็นชุดรูปแบบและทิศทางของเว็บไซต์
- สร้าง Meta tag ซึ่งส่วนนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาได้ แต่ไม่ได้มีผลโดยตรงกับการจัดอันดับ (Google ไม่ใช้แท็กคำหลักอีกต่อไป)
- วางยุทธศาสตร์การค้นหาบนหน้าเว็บ โดยการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเราได้ใส่ข้อมูลถูกต้องและเป็นธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เครื่องมือค้นหาสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ในอดีตแนะนำให้ใช้คำ 100 ถึง 300 คำในหนึ่งหน้า การทดสอบจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าหน้าเว็บที่มีคำ 800 ถึง 2,000 คำสามารถทำงานได้ดีกว่าคำที่สั้นกว่า ในตอนท้ายผู้ใช้ตลาดเนื้อหาและลิงก์จะเป็นตัวกำหนดความนิยมและการจัดอันดับ
- พัฒนาแผนผังเว็บไซต์ใหม่สำหรับ Google และ Bing ทำให้เครื่องมือค้นหาสามารถจัดทำดัชนีเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้น การสร้าง XML, HTML เป็นขั้นตอนแรก และแผนผังไซต์ XML นี้สามารถส่งผ่าน Google และเครื่องมือเว็บมาสเตอร์ของ Bing ได้อย่างง่ายดาย
- การส่งเว็บไซต์ไปยังไดเรกทอรี หรือการเชื่อมโยงกลับมายังเว็บไซต์ของเราตามธรรมชาติ โดยลิงก์เหล่านั้นจะทำให้ไซต์ของเรามีการจัดทำดัชนีเครื่องมือค้นหา อย่างไรก็ตามเมื่อส่ง URL ของคุณไปยังไดเรกทอรีเช่น Yahoo!, Business.com และ DMOZ บางคนอาจเลือกที่จะรวมสคริปต์ AdSense (google.com/adsense) ในไซต์ใหม่เพื่อให้บอท Google Media เข้าชม อาจทำให้หน้าเว็บของคุณได้รับการจัดทำดัชนีได้อย่างรวดเร็ว


4.การทดสอบและวัดผลอย่างต่อเนื่อง
- การทดสอบและการวัดผล วิเคราะห์การจัดอันดับของเครื่องมือค้นหาและการเข้าชมเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของโปรแกรมที่ใช้ รวมไปถึงการประเมินผลการทำงานของคำหลักแต่ละคำ ทดสอบผลการเปลี่ยนแปลงและติดตามการเปลี่ยนแปลงในกระดาษคำนวณ Excel หรือสิ่งที่เราต้องการ
- การเพิ่มและแก้ไขคำหลัก และเนื้อหาเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การปรับปรุงและการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหานั้นมีการเติบโต อีกทั้งอาจต้องมีการทบทวนกลยุทธ์การเชื่อมโยงและตรวจสอบให้แน่ใจว่าลิงก์ขาเข้าและขาออกนั้นมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา







ที่มา : entrepreneur

บทความ

เพราะอะไร Content จึงไม่ติดอันดับใน Search Engine

เพราะอะไร Content จึงไม่ติดอันดับใน Search Engine

ในบางครั้งที่ใครหลายคนอาจมีการสร้างคอนเทนต์ที่เป็นไปตามหลักของการทำ SEO แล้ว แต่เพราะเหตุใดที่ทำให้ไม่ติดอันดับใน SEO หรือทำให้การเขียนบทความ SEO ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเหตุผลต่อไปนี้ ... อ่านเพิ่มเติม

สิ่งที่ Online Marketing ควรรู้ เกี่ยวกับ Facebook

สิ่งที่ Online Marketing ควรรู้ เกี่ยวกับ Facebook

เมื่อไม่นานมานี้ Facebook ได้ทำการปรับการค้นหา หรือการเข้าถึงแบบธรรมชาติ หรือแบบที่เรียกว่า Organic Reach และอาจจะมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ รวมไปถึงธุรกิจที่มีการใช้ช่องทาง Facebook เป็นหลักก็อาจจะต้องมีการตื่นตระหนกและปรับตัวกันยกใหญ่เลยก็ว่าได้ และ 5 เห ... อ่านเพิ่มเติม

3 สิ่งของ Keyword ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำ SEO

3 สิ่งของ Keyword ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำ SEO

เพราะการใช้คีย์เวิร์ด Keyword คือส่วนสำคัญในการทำ SEO ให้ติดอันดับในการค้นหา และกลับกันวิธีการเหล่านี้อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป ... อ่านเพิ่มเติม

เทรนด์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่ควรรู้ ก่อนบุกตลาดจีน

เทรนด์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่ควรรู้ ก่อนบุกตลาดจีน

อย่างที่ใครก็ทราบกันดีว่าประเทศจีนนั้นมีกำลังซื้อรวมไปถึงกำลังการผลิตที่สูง เพราะเป็นประเทศที่ใหญ่และมีความต้องการสินค้าในปริมาณมาก คงจะดีไม่น้อยถ้าสินค้าของเรานั้นเป็นความต้องการของคนในประเทศนั้นๆ ... อ่านเพิ่มเติม

เพิ่มความแข็งแรงให้กับ SEO ด้วย Social Media

เพิ่มความแข็งแรงให้กับ SEO ด้วย Social Media

ธุรกิจที่มีในสังคมตอนนี้ต่างล้วนใช้กลยุทธ์ทุกรูปแบบ นำมาผสมผสานกันเพื่อให้เข้ากับรูปแบบของพฤติกรรมการใช้งานของคนในสังคม เราอาจสังเกตและเห็นได้ว่าหลากหลายธุรกิจได้นำตัวเองเข้ามาสู่โลกโซเชียลกันอย่างมากมาย เพื่อหวังที่จะเกิดเป็นความก้าวหน้าทางธุรกิจมากขึ้น ... อ่านเพิ่มเติม

SEO กับการตลาดออนไลน์

SEO กับการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์ยังคงต้องให้ความสำคัญกับ SEO เสมอ เพราะ SEO นั้นไม่ได้มีกฎที่ตายตัว และสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลาตามพฤติกรรมการใช้งานบนโลกออนไลน์ของผู้ใช้งาน อีกทั้งรวมไปถึงความสามารถของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกับ SEO ทั้งสิ้น ... อ่านเพิ่มเติม

เช็ค Traffic เว็บไซต์ เพื่อการเติบโตธุรกิจ

เช็ค Traffic เว็บไซต์ เพื่อการเติบโตธุรกิจ

การวัด Traffic ของเว็บไซต์จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรานั้นเติบโตและก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดี ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับจะทำให้ทราบว่าควรพัฒนาเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ... อ่านเพิ่มเติม

ทำไมจึงต้องวางแผนการทำ Digital Marketing

ทำไมจึงต้องวางแผนการทำ Digital Marketing

เมื่อเราเข้าสู่ยุค Digital การทำ Marketing ทั้งหลายจะต้องมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องและตอบรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าธุรกิจก็เกิดขึ้นมากมาย เกิดการแข่งขันทางการตลาดเกิดขึ้น ดังนั้นก ... อ่านเพิ่มเติม

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018

ถึงแม้ว่าจะผ่านมาเกือบสิ้นปีได้แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าเทรนด์การขายของในปี 2018 นี้มีความคึกคักและน่าจับตามองอย่างมาก เพราะด้วยเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว รวมไปถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อขายบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่ต่างจาก ... อ่านเพิ่มเติม