08 ต.ค. 2561

62

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018 by seo-winner.com

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018


ถึงแม้ว่าจะผ่านมาเกือบสิ้นปีได้แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าเทรนด์การขายของในปี 2018 นี้มีความคึกคักและน่าจับตามองอย่างมาก เพราะด้วยเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว รวมไปถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อขายบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่ต่างจากการซื้อของหน้าร้าน มิหนำซ้ำบางร้านการซื้อขายทางออนไลน์อาจมีความคึกครื้นมากกว่าหน้าร้านอีกด้วย และเทรนด์ต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้นักการตลาดสามารถนำไปปรับใช้หรือเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาสิน้คาและแบรนด์ต่อไปในอนาคต

1.การใช้โฆษณาบน Facebook อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป
หากสังเกตพฤติกรรมการใช้งาน Facebook ของคนในสังคมจะพบว่ามีมากขึ้น และมีการติดตามเรื่องราว ข่าวสาร และเหตุการณ์ต่างๆ จากเฟสบุ๊กเป็นอันดับแรกๆ เช่นกัน พ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่เริ่มหันมาขายสินค้าโดยผ่าน Live ฟังก์ชั่นนึงในเฟสบุ๊กที่เรียกความสนใจจากผู้บริโภคได้เช่นเดียวกัน ส่งผลให้การที่เราจะทำการโฆษณาที่เฟสบุ๊กเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ประกอบกับธุรกิจแบบ E-Commerce ที่ประเทศไทยได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเฟสบุ๊กยังได้เพิ่มช่องทางการขายสินค้าอย่าง Facebook Marketplace ที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น  

2.Line กลายเป็นช่องทางการขาย
แอปพลิเคชั่น Line ได้มีบริการเฉพาะขึ้นมาใหม่อย่าง Line@ ที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งข้อความถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างง่ายดายมากขึ้น โดยจะเป็นการส่งข้อความหาลูกค้าด้วยฟังก์ชั่น Broadcast ที่สามารถรองรับลูกค้าด้วยข้อความและภาพอย่างไม่ตกหล่น รวมไปถึงการใช้ฟังก์ชั่น Coupon เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า หรือการสำรวจความต้องการของลูกค้าเราก็จะใช้ฟังก์ชั่น Poll&Servey เป็นต้น 

3.เรียกความสนใจและดึง Engagement จากลูกค้าด้วย Video
จากผลสำรวจของ Cheetahmarketing ได้ระบุว่า Video นั้นสามารถดึงดูดความสนใจผู้ชมจนจบได้มีเพียง 37% เท่านั้น โดยเป็นวิดีโอที่มีความยาวต่ำกว่า 90 วินาทีถึง 53% และ Video ที่มีความยาวมากกว่า 30 นาที จะสามารถดึงดูดคนดูไว้ได้เพียงแค่ 10% เท่านั้น นอกจากนี้ผู้ที่เล่น Facebook จะแชร์วิดีโอเฉลี่ย 89.5% ดังนั้นหากเราต้องการให้ Video ของเรามีผู้สนใจ และถูกติดตามอย่างมากมาย เราจะต้องไม่ทำวิดีโอที่ยาวจนเกินไป และต้องเริ่มต้นวิดีโอด้วยสิ่งที่น่าดึงดูดใจเราไปถึงคำบรรยายที่จะเป็นการเชิญชวนให้มีผู้เข้ามาชมวิดีโอของเราได้มากขึ้น

4.การรีวิวสินค้า
การรีวิวสินค้าจากผู้ใช้จริงจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้านั้นทำการตัดสินใจซื้อสินค้าจากเราด้วยเช่นกัน แต่การรีวิวสินค้าในปัจจุบันนี้ได้เริ่มมีเรื่องของการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงอาจทำให้รีวิวบางส่วนนั้นอาจจะมากเกินจริงจนทำให้สินค้าของเรานั้นดูมีความไม่น่าเชื่อถือเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามการรีวิวสินค้าจากกลุ่มผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นบุคคลมีชื่อเสียง หรือกลุ่มหน้าม้า ก็ยังมีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคอยู่เช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามสุดท้ายแล้วเราจะประหยัดงบการตลาดมากขึ้นเนื่องจาก การบอกกันปากต่อปากของผู้บริโภค หรือที่เรียกว่า Word of Mouth : WOM จะช่วยให้เกิดการซื้อขายที่มากขึ้น อาจจะเริ่มจากบุคคลใกล้ตัว ครอบครัว เพื่อนสนิทที่มีอิทธิพลต่อการซื้อมากถึง 86% รองลงมาคือผู้เชี่ยวชาญ การรีวิวผ่านเว็บไซต์ และบล็อกเกอร์ ตามลำดับ 

5.การมี Website
เพราะคนทั้งโลกสามารถเข้าเว็บไซต์ได้ การที่ธุรกิจของเรานั้นมีเว็บไซต์นอกจากจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือแล้ว ยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกถึงความทันสมัยของแบรนด์อีกด้วย อีกทั้งสังคมไทยที่มีกระแสซื้อขายออนไลน์ที่มากขึ้น การที่มีเว็บไซต์ยังทำให้ลูกค้านั้นสามารถเข้าถึงสินค้าของเราได้ตลอดเวลา รวมไปถึงสามารถซื้อสินค้าจากแบรนด์ของเราได้อีกด้วยเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่เราสำคัญนอกจากการมีเว็บไซต์แล้วการใช้การตลาด กลยุทธ์ต่างๆ ให้เกิดการซื้อขายเกิดขึ้นเปลี่ยนให้ผู้ที่ผ่านไปมา กลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์เราให้ได้

6.Cashless society & Direct supplier
เมื่อจีนแผ่นดินใหญ่ได้เข้ามามีบทบาทในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องของการซื้อขายมากขึ้น อิทธิพลต่างๆ ก็ถูกส่งต่อมายังประเทศไทยอย่างรวดเร็วมากเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่นการเป็นสังคมไร้เงินสด ที่เปลี่ยนวิถีชีวิตประชาชนชาวจีน ไม่ต้องพกเงินสดเพียงแค่มีสมาร์ทโฟนก็สามารถซื้อขายสินค้าได้ในทันที ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลกลายเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว ร้านค้าที่เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ก็มีบริการที่รองรับการชำระเงินด้วย QRCode ของ Alipay และ WeChat Pay ซึ่งเหล่านี้เป็นระบบการชำระเงินของจีน และนอกจากสังคมไร้เงินสดที่ระบาดเข้ามายังประเทศไทยแล้ว สินค้าจีนก็ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงร้านค้าจากประเทศจีนที่มีราคาถูกโดยไม่ต้องอาศัยคนกลางอีกต่อไป แต่ทั้งนี้การขายสินค้าราคาถูกอาจจะยังไม่พอ เราจำเป็นต้องมีบริการระหว่างการขายและหลังการให้ลูกค้าเกิดความประทับใจด้วย เพราะไม่เช่นนั้นอาจถูกร้านค้าจากจีนเข้ามาแทนที่เราได้ในอนาคต

7.การมี Chatbot เป็นตัวช่วยในการขายสินค้า
การที่ธุรกิจของเรานั้นมี Chatbot จะช่วยให้เราทุ่นเวลาในการตอบคำถามของลูกค้า ซึ่งเป็นข้อความที่เราไม่ต้องพิมพ์ซ้ำเดิม ตัวอย่างเช่นข้อความต้อนรับ หรือเงื่อนไขในการซื้อขายสินค้ากับเรานั่นเอง ตัวอย่างเช่น การมีข้อความต้อนรับ การลิงก์ไปยังสินค้าที่เราขาย เป็นต้น โดยปัจจุบันแฟลตฟอร์มที่มีการปรับส่วนของฟังก์ชั่นเหล่านี้นั้นได้แก่ Messenger ของ Facebook และ LINE@ ของ LINE อย่างที่เราเคยได้เห็นกันบ้างในการซื้อขายในปัจจุบันนี้

8.AI&BIG Data ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายแบบไม่ต้องคาดเดา
- AI หรือที่เรียกว่า Artificial Intelligence เริ่มเข้ามามีบทบาทในการซื้อขายสินค้า ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายมีความสะดวกในการใช้งานทางออนไลน์มากขึ้น เช่น Chatbot, Facebook Ads ที่ช่วยปรับ Algorithm และอาจมีการใช้งานหรือความสามารถอื่นๆ ที่ถูกปรับขึ้นในอนาคต
- Big data คือข้อมูลขนาดใหญ่และมากมายที่อยู่ในโลกออนไลน์ ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อให้ต่อยอดแนวทางในการตลาดให้มีประสิทธิภาพเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น 
ดังงั้นทั้งสองตัวนี้คือจะมีประโยชน์ที่เกื้อหนุนกัน โดย Big data วิเคราะหืข้อมูลในภาพรวม และ AI ก็จะทำการเรียนรู้ข้อมูลที่ได้จาก Big data โดยอัตโนมัตินั่นเอง 

9.เกิด Marketplace ตลาดใหม่ที่รวมผู้ใช้งานเอาไว้
เพราะเทรนด์ที่กำลังมาในขณะนี้คือ E-Commerce ทำให้เกิดสิ่งที่เป็นกระแสตอบรับนั่นคือ การพัฒนาระบบ Logistics, e-Payment, Mobile-banking และการเปิดตัวของ Promtpay ที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายเงินได้สะดวกยิ่งขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต อีกทั้งยังเป็นการรองรับธุรกิจประเภทE-Commerce อีกด้วย สำหรับปัจจุบันนี้ได้มีแพลตฟอร์มของ Marketplace อยู่หลายแพลตฟอร์มด้วยกัน ตัวอย่าง 11street, Lazada, Shopee เป็นต้น โดยจะเป็นการเน้นขายสินค้าแบบ C2C คือการซื้อขายสินค้าระหว่างลูกค้ารายย่อยด้วยกัน และการซื้อขายแบบ B2C นั่นคือการที่ร้านค้าเข้ามาขายสินค้านั่นเอง ตัวอย่างเช่น Watsons, BigC ถึงแม้จะมีคู่แข่งในการซื้อขายที่สูงมากขึ้น แต่อย่าลืมว่าตลาดแต่ละกลุ่มนั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ฉะนั้นร้านค้าแต่ละร้านจึงควรที่จะเลือกช่องทางให้เหมาะสมกับสินค้าของเราด้วย

10.การตลาดแบบ Niche Brand สนใจแค่บางกลุ่ม
สำหรับการเจาะตลาดแบบ Niche Brand คือการเจาะตลาดแบบกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม อีกทั้งปัจจุบันมีการสร้างกลุ่มโซเชียลที่รวบรวมคนที่มีความชอบ หรือสนใจสิ่งเดียวกันเอาไว้ เป็นกลุ่มที่มีไว้ซื้อขายสินค้าที่เป็นแนวและลักษณะเดียวกัน และอย่าลืมสร้าง Content สำคัญเพื่อให้เกิดความสนใจของผู้บริโภค ซึ่งหากเข้าไปอยู่ในบทสนทนาของกลุ่มลูกค้าได้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ของเรานั้นได้เพิ่มผลกำไรที่มากขึ้น

 

 


ที่มา : blog.sellsuki

บทความ

SEO กับการตลาดออนไลน์

SEO กับการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์ยังคงต้องให้ความสำคัญกับ SEO เสมอ เพราะ SEO นั้นไม่ได้มีกฎที่ตายตัว และสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลาตามพฤติกรรมการใช้งานบนโลกออนไลน์ของผู้ใช้งาน อีกทั้งรวมไปถึงความสามารถของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกับ SEO ทั้งสิ้น ... อ่านเพิ่มเติม

เช็ค Traffic เว็บไซต์ เพื่อการเติบโตธุรกิจ

เช็ค Traffic เว็บไซต์ เพื่อการเติบโตธุรกิจ

การวัด Traffic ของเว็บไซต์จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรานั้นเติบโตและก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดี ซึ่งข้อมูลที่เราได้รับจะทำให้ทราบว่าควรพัฒนาเนื้อหาของเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ... อ่านเพิ่มเติม

ทำไมจึงต้องวางแผนการทำ Digital Marketing

ทำไมจึงต้องวางแผนการทำ Digital Marketing

เมื่อเราเข้าสู่ยุค Digital การทำ Marketing ทั้งหลายจะต้องมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องและตอบรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าธุรกิจก็เกิดขึ้นมากมาย เกิดการแข่งขันทางการตลาดเกิดขึ้น ดังนั้นก ... อ่านเพิ่มเติม

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018

เทรนด์ขายของออนไลน์ปี 2018

ถึงแม้ว่าจะผ่านมาเกือบสิ้นปีได้แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าเทรนด์การขายของในปี 2018 นี้มีความคึกคักและน่าจับตามองอย่างมาก เพราะด้วยเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว รวมไปถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อขายบนโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่ต่างจาก ... อ่านเพิ่มเติม

Keyword Cannibalization ปัญหาในการทำ SEO

Keyword Cannibalization ปัญหาในการทำ SEO

หลายคนในวงการ SEO อาจจะยังไม่รู้จักกับคำว่า Keyword Cannibalization ซึ่งอาจจะไม่ทราบอีกด้วยว่าคำนี้นั้นเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไร และจะสามารถเป็นปัญหาในการทำ SEO อย่างไรด้วยเช่นกัน ... อ่านเพิ่มเติม

3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้บริโภค

3 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้บริโภค

ทุกครั้งที่มีการลงมือทำธุรกิจ เราจำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มของผู้บริโภคให้มากที่สุด เพื่อเป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของเรามากขึ้น และสิ่งจำเป็นที่นักการตลาดต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคก็เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงและพั ... อ่านเพิ่มเติม

เพราะอะไรทำไม SME ถึงต้องมี Blog

เพราะอะไรทำไม SME ถึงต้องมี Blog

แท้จริงแล้วการทำการตลาดในยุคนี้โดยเฉพาะคนที่ทำ SME อาจไม่จำเป็นต้องพึ่ง Facebook ก็ได้ แต่จะหันมาใช้วิธี Inbound Marketing และดึงให้คนมาสนใจแบรนด์ของเรามากขึ้น โดยการทำ Inbound Marketing จะผูกกับการทำ Content เป็นหลัก ซึ่งอาจจะมีวิธีการที่หลากหลาย ... อ่านเพิ่มเติม

ควรรับมือกับการตลาด 5.0 อย่างไร

ควรรับมือกับการตลาด 5.0 อย่างไร

มีเพียงแค่การตลาด 4.0 แค่นั้นยังไม่พอ! ในส่วนของที่ปรึกษาทางด้านกลยุทธ์ Accenture สำรวจพบว่าลูกค้า 78% ยังไม่ได้รับประสบการณ์จากหลายช่องทางการตลาด ส่งผลให้เกิดการรับข่าวสารข้อมูลที่ลดน้อยลงไป ... อ่านเพิ่มเติม

Digital Personalised Marketing เทรนด์สำคัญที่นักการตลาดห้ามพลาด

Digital Personalised Marketing เทรนด์สำคัญที่นักการตลาดห้ามพลาด

เมื่อเราเข้าสู่ยุค 4.0 หลายสิ่งก็ต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ เช่นเดียวกันกับการตลาดที่นักการตลาดต้องมีการวางแผนกลยุทธ์และปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ... อ่านเพิ่มเติม